บทความทางการศึกษา

การบริหารโรงเรียนตามแนวทางสะเต็มศึกษาทั้งระบบ

โพสต์29 ธ.ค. 2559 00:08โดยubn2 admin

 

 

ดร. สามารถ รอดสำราญ
ผู้อำนวยการโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย
และประธานศูนย์สะเต็มศึกษาภาคกลางตอนล่าง
 

โดย สินีนาฎ ทาบึงกาฬ ผู้ชำนาญด้านการประชาสัมพันธ์
ฝ่ายสื่อสารองค์กรและวิเทศสัมพันธ์ สสวท.
 

โรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย จังหวัดนครปฐม เป็นโรงเรียนที่ชูธงจัดการเรียนการสอนตามแนวทางสะเต็มศึกษาทั้งระบบ และได้ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม เห็นผลชัดเจนพร้อมทั้งประกาศตัวเป็นโรงเรียนผู้นำสะเต็มศึกษาโดยมีรอยยิ้มของนักเรียน ความสุขของครูในการเรียนรู้ร่วมกันและความมุ่งมั่นที่จะสร้างอนาคตที่ดีให้แก่นักเรียนร่วมเป็นแรงบันดาลใจให้ขับเคลื่อนงาน ภายใต้การบริหารของ ดร.สามารถ รอดสำราญ ผู้อำนวยการโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย และประธานศูนย์สะเต็มศึกษาภาคกลางตอนล่างของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
 

ผู้อำนวยการโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย เล่าว่า โรงเรียนพระปฐมวิทยาลัยนั้น เป็นโรงเรียนโรงเรียนที่เน้นวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์อยู่แล้ว และมีการพัฒนานักเรียนอย่างเป็นระบบตลอด นักเรียนของโรงเรียนได้เรียนสะเต็มศึกษาทุกชั้นทุกห้องครูทุกคนรวมทั้งครูอัตราจ้าง ทุกรายวิชา ได้รับการอบรมด้านสะเต็มศึกษาฉะนั้นครูทุกคนสอนสะเต็มได้
 

“ตอนแรกที่นำสะเต็มศึกษาเข้าสู่โรงเรียน ผมได้คุยกับครูว่าเราจะจัดสะเต็มศึกษาให้แก่นักเรียนห้องเรียนพิเศษ ตามหลักสูตร สสวท. แต่พอประชุมแล้ว ครูทั้งโรงเรียนสนับสนุนจึงได้จัดการเรียนการสอนตามแนวทางสะเต็มศึกษาทั้งโรงเรียน”

 


 

สะเต็มศึกษาทั้งระบบในโรงเรียนเกิดขึ้นได้เพราะเกิดการยอมรับและเห็นความสำคัญในแนวทาง สะเต็มศึกษา บุคลากรทั้งโรงเรียนมีความเชื่อมั่นและมีจุดมุ่งหมายร่วมกันว่าสะเต็มศึกษาจะส่งผลให้นักเรียนประสบความสำเร็จในอนาคต
 

สะเต็มศึกษาของโรงเรียนเริ่มต้นที่การจัดการเรียนรู้แบบใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning) นักเรียนทุกคนได้ทำกิจกรรมกลุ่ม ร่วมกันสร้างสรรค์และเข้าสู่ขั้นการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นหลัก (Problem – based Learning : PBL) นักเรียนทุกคนได้รับโจทย์ เพื่อพัฒนาอาชีพของผู้ปกครองเป็นการต่อยอดจากการฟักตัวด้านสะเต็มมาแล้วกว่า 2 ปี เพื่อพัฒนาชุมชนจากนั้นได้ส่งสิ่งประดิษฐ์ หรือนวัตกรรมเข้าประกวดในเวทีต่างๆ
 

การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการตามแนวทางสะเต็มศึกษาใช้มาตรฐานตัวชี้วัดของกลุ่มสาระหลักที่จัดในช่วงนี้ คือ วิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ คอมพิวเตอร์ โดยไม่แยกรายวิชา เรียนรู้ร่วมกันครั้งละ 3 ชั่วโมง เทอมละ 2 ครั้ง มีคะแนนมาตรฐานตัวชี้วัด นักเรียนแต่ละห้องมี STEM Club มีนักเรียนมาเป็นผู้ช่วยครู
 

โรงเรียนมีชุดการสอนสะเต็มศึกษา เทอมละ 1 ชุด รวม 12 ชุด ถ้าหาดโรงเรียนใดสนใจเข้าไปดูในเว็บไซต์โรงเรียนพระปฐมวิทยาลัยได้ตลอดเวลา ซึ่งมีทั้งชุดการสอน เทปวีดีโอ ภาพการสอนและภาพกิจกรรมการศึกษาดูงานของแต่ละหน่วยงาน และในอนาคตเราจะทำสะเต็มเข้าสู่ขั้นสุดท้ายตามที่บอกคือ ก้าวสู่การแก้ปัญหาชีวิตประจำวันและพัฒนาอาชีพ ทุกปีเด็กต้องเขียนยกย่องอาชีพผู้ปกครองและหาวิธีการที่จะพัฒนาอาชีพของผู้ปกครองได้อย่างไรอันนี้จะไปช่วยผู้ปกครองได้ และทำประโยชน์เพื่อสังคม
 

ก่อนหน้านี้โรงเรียนได้จัดสอนตามแนวทางสะเต็มศึกษาทุกวันอยู่แล้วแต่หลังจากนโยบายสะเต็มศึกษาแห่งชาติก็เกิดผลกระทบเหมือนเป็นสึนามิสะเต็มกับโรงเรียน โรงเรียนจึงได้เพิ่มความเข้มข้นด้านสะเต็มศึกษา โดยเปิดกิจกรรม STEM Day ทุกวันพุธ มีการจัดวิทยากรหลักว่างไว้ให้จัดห้องที่ทำกิจกรรมสะเต็มไว้ เรามีอาคารสะเต็มศึกษาแล้วเพื่อให้ครูและผู้สนใจได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง

 


 

“ผมคิดว่า โรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย กำลังพัฒนาจากศูนย์ภาคกลางตอนล่าง มาเป็นโรงเรียนแกนนำสะเต็มศึกษาในอนาคตอันใกล้ มีครูผ่านการอบรมพันกว่าคนมีโรงเรียนเครือข่าย 108 แห่ง มี มหาวิทยาลัยเครือข่าย 8 มหาวิทยาลัยที่มาดูงาน และให้ศูนย์ ฯ จัดอบรมให้ด้วยโดยเราเรียกว่าเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันเพราะมหาวิทยาลัยทำหน้าที่รับเด็กที่ส่งต่อจากเรา และในปี 2559 มีการประกาศให้ 323 โรงเรียนทั่วจังหวัดนครปฐม ทั้งระดับประถมศึกษามัธยมศึกษา สังกัดเอกชน และเทศบาล ให้เป็นโรงเรียนสะเต็มศึกษาโดยมีโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย เป็นหลัก เรามีทั้ง Core Trainer Local Trainer เต็มโรงเรียน ไปเดินสายเป็นวิทยากรทั่วประเทศ รวมถึงผู้อำนวยการด้วย ดังนั้นเราจึงไม่ได้เป็นเพียงโรงเรียนแกนนำแต่เป็นโรงเรียนผู้นำสะเต็มศึกษา”
 

หลังจากเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษาทั้งระบบ นักเรียนได้มีโอกาสเป็นตัวแทนในการนำเสนอโครงงานนานาชาติ ตอนนี้เรามีผลงานนวัตกรรมใหม่ของนักเรียน เช่น เครื่องปอกข้าวหลาม เครื่องปอกทุเรียน ซึ่งขณะนี้โรงเรียนได้เชื่อมโยงสู่โครงการโครงการสะเต็มศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพเชิงพาณิชย์สำหรับเยาวชนไทย หรือ E2STEM ของ สสวท. เราอยากทำการค้าออนไลน์ ต่อไปเราจะพัฒนาโครงการการซื้อขายผ่านระบบออนไลน์เป็นหลัก
 

นอกจากนั้นโรงเรียนมีห้องเรียนร่วมกับสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ 6 ห้องเรียนมาสอนทุกวันศุกร์ มีห้องเรียนคอมพิวเตอร์ ธุรกิจอาหารธุรกิจเพื่อการส่งออกสมัยใหม่ ซึ่งสถาบันปัญญาภิวัฒน์จะรับช่วงต่อจากเราถ้า นักเรียนเลือกเรียนกับเขา

 


 

โรงพยาบาลศูนย์นครปฐม ให้ทุนพยาบาลเรียนฟรี และรับทำงานต่อเลย 20 ทุนต่อปี นักเรียนจากวงดนตรีลูกทุ่ง
ไม่ว่าจะเป็นนักดนตรี นักร้อง แดนเซอร์ ได้เรียนต่อที่มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐมฟรี วงดนตรีของโรงเรียนได้นำผลงานขึ้นยูทูปก็สามารถได้รับการสนับสนุนให้เดินทางไปต่างประเทศด้วย นักฟุตบอลเคยมีโอกาสไปฝึกอบรมที่สโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 1 เดือน ซึ่งคิดว่า อนาคตอันใกล้นักเรียนที่จบจากโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัยจะไม่ตกงาน
 

ผู้อำนวยการโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย กล่าวต่อไปว่า ความประทับใจจากการทำงานขับเคลื่อนสะเต็มศึกษา เกิดขึ้นเมื่อเห็นรอยยิ้มของนักเรียนเวลาที่ได้เรียนชั่วโมงสะเต็ม ได้เห็นความสุขของครูที่ไม่ได้สอนเฉพาะเนื้อหาในระบบเรียนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เห็นครูกับนักเรียนทำกิจกรรมบูรณาการร่วมกันโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัยจึงไม่ได้เป็นเพียงโรงสอนแล้วแต่เป็นโรงเรียนแห่งการเรียนรู้ร่วมกันและประทับใจที่ได้เห็นอนาคตอาชีพของนักเรียนชัดเจนขึ้น
 

“ผมเป็นลูกหลานคนจีน ทอนแบงก์ร้อยได้ก่อนเข้า ป. 1 ขายของ หุงข้าวได้ก่อนไปโรงเรียน ผมเป็นครูที่จบเอกคณิตศาสตร์ เพราะพ่อแม่อยากให้รับราชการ เมื่อมีโอกาสมารับราชการ รู้อย่างเดียวว่าจะต้องทำให้ดีที่สุด จึงอยากให้นักเรียนทุกคนมีอาชีพและคิดว่าตัวเองเป็นครูตลอดเวลา ผมจะเป็นผู้ช่วยครูกับนักเรียนให้ดีที่สุดจะสร้างสวัสดิการการศึกษาและขวัญกำลังใจให้แก่ครูและนักเรียนและจะเป็นผู้ส่งเสริมสนับสนุนครูกับนักเรียนตลอดไป”

“ครูแท้แพ้ไม่เป็น” เสียงจากครูเรฟสู่การปฏิรูปครู /สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน

โพสต์29 ธ.ค. 2559 00:03โดยubn2 admin

ภาพจาก : http://www.manager.co.th

 

 

ใครเคยอ่านหนังสือเรื่อง Teach Like Your Hair’s On Fire : Methods and Madness inside Room 56 (ชื่อภาษาไทยว่า “ครูนอกกรอบกับห้องเรียนนอกแบบ” สรรพวิธีและสารพัดลูกบ้าในห้อง 56) เขียนโดย ครูเรฟ เอสควิท คงจะนึกถึงเรื่องราวลูกบ้าและกลเม็ดของครูเรฟได้เป็นอย่างดี
 

ถึงขนาดที่หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ ยกให้เป็นหนังสือปลุกกระแสการปฏิรูป วิธีการจัดการศึกษาของเด็ก ๆ ในสหรัฐอเมริกา และกลายเป็นหนังสือ bestseller ในปี 2007
 

และในปีนี้ ครูเรฟ เอสควิท ได้ออกหนังสือเล่มใหม่ชื่อว่า Real Talk for Real Teachers หรือ “ครูแท้แพ้ไม่เป็น” โดยสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ได้จัดการแปลและจัดพิมพ์เป็นรูปเล่มสวยงาม โดยมีการจัดงานเสวนาทางวิชาการเป็นการเปิดตัวหนังสือเล่มนี้ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ มูลนิธิสยามกัมมาจล
 

หนังสือเรื่อง “ครูแท้แพ้ไม่เป็น” มีเนื้อหาที่ครูเรฟถ่ายทอดประสบการณ์การเป็นครูมานานกว่า 30 ปี ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะมีส่วนในการจุดประกายแนวความคิดและพัฒนาการเรียนการสอนของคุณครูและผู้ที่สนใจได้ใช้ประโยชน์จากเปลี่ยนประสบการณ์อุปสรรค ความล้มเหลว และเทคนิคการทำงานของครูที่ทำให้ก้าวผ่านปัญหาต่าง ๆ เพื่อลูกศิษย์
 

“การเป็นครูนับวันจะเป็นเรื่องที่ยากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งปัญหาครอบครัว ความยากจน หรือเทคโนโลยีที่ดึงความสนใจลูกศิษย์ไปจากการเรียน คุณมักพบว่านักเรียนถูกส่งมาโรงเรียนโดยที่พวกเขาไม่พร้อมที่จะเรียนรู้ และเมื่อมีเหตุผิดพลาดในห้องเรียน พวกเรามักถูกตำหนิกับทุกเรื่อง ครูดี ๆ ที่ผมรู้จักบางครั้งก็พร้อมที่จะลาออก แต่สุดท้ายพวกเขาก็ยังสู้ต่อ และนั่นทำให้พวกเขากลายเป็นครูที่ดีได้ การอุทิศและทุ่มเทต่อศิษย์ยังเป็นรูปแบบที่ผมยึดถือปฏิบัติในห้องเรียนของผม มีคนถามผมว่า ทำไมลูกศิษย์ของผมถึงดูตั้งใจเรียน นั่นเพราะผมใช้คุณธรรม 6 ระดับในห้องเรียน และผลักดันให้นักเรียนพัฒนาไปให้สูง...
 

“ระดับที่ 1 เด็กตั้งใจเรียนเพราะไม่อยากมีปัญหา ระดับที่ 2 เรียนเพราะอยากได้รางวัล เพราะเป็นการติดสินบน ระดับที่ 3 เรียนเพื่ออยากเอาใจครู พ่อแม่ ระดับที่ 4 เรียนเพราะปฏิบัติตามกฎ ระดับที่ 5 เรียนเพราะเกรงใจคนอื่น และระดับที่ 6 เรียนเพราะเชื่อในสิ่งที่ตัวเองยึดถือ นอกจากนี้ คุณต้องประพฤติตัวเป็นต้นแบบที่ดีของลูกศิษย์ตลอดเวลา ฉะนั้น การเป็นครูที่ดี คุณไม่สามารถถอดใจในการช่วยเหลือลูกศิษย์ได้ตลอดชีวิต”
 

ครูเรฟเน้นเรื่องการสอนทักษะชีวิตให้กับเด็ก เขาเล่าว่าถ้ามีใครมาถามว่าคุณเป็นครูสอนอะไร เขาจะไม่ตอบว่าสอนวิชาคณิตศาสตร์ หรือวิชาภาษาอังกฤษ ฯลฯ แต่ผมจะตอบว่าผมเป็นครูสอนนักเรียน สอนชีวิต ไม่ใช่สอนวิชา สำหรับเขาเรื่องเกรดเฉลี่ยของเด็กไม่สำคัญ เรื่องการแข่งขันไม่สำคัญ แต่เขาเน้นเรื่องการเป็นครูที่ดีจากเนื้อแท้ การเป็นครูที่ดีต้องไม่ท้อและไม่ยอมแพ้ และต้องสอนให้เด็กเติบโตขึ้นมาอย่างมีความรับผิดชอบและมีคุณธรรมที่ดี
 

จากประสบการณ์ของครูเรฟ ก็ประสบปัญหาเช่นกัน มีครูดี ๆ คนแล้วคนเล่าถูกขัดขวางจากหน่วยเหนือ ซึ่งน่าจะหมายถึงระดับนโยบายหรือผู้บังคับบัญชา ที่ทำให้เขาก็จำเป็นต้องทำตามกฎระเบียบที่กำหนดไว้ เขาจำเป็นต้องทำเช่นนั้นเพื่อปกป้องตัวเขาเอง เพราะการพัฒนาเด็กกับการทำตามกฎระเบียบเพื่อความมั่นคงในหน้าที่ของฝ่ายบริหารเป็นคนละเรื่อง เป็นสภาพที่ ‘ครูแท้’ ต้องเผชิญ และต้องอดทน เช่นเดียวกับเรื่องการประเมินที่ครูเรฟเปรียบการประเมินว่า เป็นซาตาน เพราะฝ่ายบริหารการศึกษาของสหรัฐตีความเป้าหมายของการศึกษาที่ไปเน้นที่ผลการประเมิน แทนที่จะมุ่งสู่การเรียนรู้ของศิษย์
 

นอกจากนี้ ครูเรฟยังกล่าวถึงประสบการณ์ที่ได้รับเชิญและเดินทางไปประเทศจีนในช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา เพื่อช่วยพัฒนาผู้อำนวยการโรงเรียนและครูแกนนำ รวมถึงการสาธิตการสอนภาษาอังกฤษให้แก่เด็กนักเรียน โดยมีผู้ปกครองเข้าร่วมสังเกตการณ์
 

มีบทเรียนการทำงานจากประเทศจีนแก่ครูไทยใน 4 ประเด็น ดังนี้

หนึ่ง ครูจีนเป็นครูที่มีการศึกษาดี เป็นมืออาชีพและมีความรู้เชิงลึกในวิชาที่สอน
สอง การจัดการศึกษาที่ดีต้องพูดถึงปัญหาอย่างตรงไปตรงมา
สาม การทดสอบเป็นเครื่องมือหนึ่ง แต่การวัดประเมินผลนักเรียนที่ควรจะเป็น คือ การติดตามดูเด็กในระยะ 10 ปี หลังจากนั้นว่าเกิดอะไรกับพวกเขา
สี่ สิ่งที่ขาดไปจากห้องเรียนทั้งในไทย ในจีนและในสหรัฐอเมริกาคือ การสอนให้นักเรียนทำดีเพราะเป็นสิ่งที่ดี ไม่ใช่เพราะคิดว่าดี หรือเพราะครูบอก รวมถึงการหล่อหลอมให้นักเรียนเห็นอกเห็นใจผู้อื่น
 

ระหว่างที่ฟังครูเรฟไป ก็คิดถึงโครงสร้างการศึกษาในบ้านเราไปด้วย คิดถึงคุณครูไทยในบ้านเราที่ต้องเผชิญกับสารพัดปัญหา ไม่ใช่ปัญหาแค่หน่วยเหนือเท่านั้น แต่ยังมีปัญหาอีกมากมายที่เป็นอุปสรรคทำให้ครูไทยยังไม่สามารถคิดนอกกรอบ หรือมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาวิชาชีวิตลูกศิษย์ได้มากกว่าแค่วิชาการ
 

แม้จะอยากมีครูเรฟบ้างในเมืองไทย แต่ด้วยบริบทของสังคมไทย บ้านเราจำเป็นต้องจุดประกายการปฏิรูปด้วยคนในบ้านเรา โดยคนไทย เพื่อลูกหลานคนไทย
 

การปฏิรูปการศึกษาต้องไม่ใช่แค่การปรับแก้โครงสร้างองค์กร
 

แต่ต้องสร้าง “ครูแท้แพ้ไม่เป็น” ขึ้นมาให้ทั่วแผ่นดิน

1-2 of 2